| สินค้าทั้งหมด |
|Home|About us|Community|Products|Service|Design garden|วมLink|แหล่งข้อมูล|ข้อเสนอแนะ|โฆษณา|FAQs|About webmaster|
 ไม้ประดับมงคล
  
ไม้ประดับภายนอกอาคาร |
 ไม้ประดับภายในอาคาร |
  | สวนสวยและการจัดสวน |
=   
ชื่อสามัญ

ชื่อวิทยาศาสตร์

ตระกูล

ถิ่นกำเนิด
ลักษณะทั่วไป
การเป็นมงคล
ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก
การปลูก
การปลูกมี 2 วิธี
เพชรชมพู
-

Cordyline termialis "amabilis"

LILIACEAE

-
เพชรชมพูพรรณไม้พวกเดียวกับหมากผู้หมากเมีย ที่มีลำต้นตรงกลมขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นสีน้ำตาล
มีข้อถี่ตามลำต้นซึ่งเป็นรอยของกาบใบ ลักษณะเป็นรูปหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบเข้าหาก้านใบ ขนาดใบกว้างประมาณ
2-3 นิ้วยาวประมาณ8-12 นิ้วใบอ่อนจะมีสีเขียวปนขาวและสีชมพูอ่อนเมื่อใบแก่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวสีม่วงหรือแดงเข้มใบ
เป็นมันจะแตกใบรวมกันตรงส่วนยอดของลำต้นสลับเป็นวงกลม ก้านใบหรือกาบใบสีแดงเข้ม ดอกจะแตกออกตรงส่วนยอด
ออกดอกเป็นช่อชูขึ้นมาดอกมีขนาดเล็กสีขาวเพชรชมพูต่างกับเพชรสายรุ้งตรงที่พื้นใบมีสีเขียวอมเทาขอบใบแต้มด้วยสีครีม
และสีชมพูเข้ม ลากเป็นเส้น เส้นกลางใบมีสีเขียวอ่อน กาบใบมีสีเขียวกลิบด้วยสีชมพูเข้ม
คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นเพชรชมพูไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดคุณค่าที่สูง เพราะเพชรคืออัญมณีที่มีค่าสูง
ดังนั้นเพชรชมพูจึงเป็นของสูงที่มีค่าชนิดหนึ่ง ดังนั้นเพชรชมพูจึงเป็นไม้มงคลนาม นอกจากนี้โบราณยังมีความเชื่ออ
ีกว่ายังทำให้เกิดความอยู่เย็นเป็นสุขเพราะเพชรชมพูเป็นพรรณไม้เดียวกับหมากผู้หมากเมียซึ่งคนไทยโบราณนิยม
ปลูกไว้ประจำบ้านมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล
เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นเพชรชมพูไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผู้ปลูกควรปลูกในวันอังคาร เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาประโยชน์ทั่วไปทางใบให้ปลูกในวันอังคาร
1. การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายในและภายนอกอาคาร ควรใช้กระถางทรงสูง ขนาด 8-16 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก :     แกลบผุ:ดินร่วนอัตรา 1 : 1 : 1 ผสมดินปลูกควรเปลี่ยนกระถาง1 : 2 ปี/ครั้งเพราะการขยายตัวของทรงพุ่มโตขึ้นและเพื่อ
    เปลี่ยนดินปลูกใหม่ ทดแทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพไป
2.การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวนโบราณนิยมปลูกไว้เป็นแนวรั้วรอบบ้านหรือบริเวณสวนหน้าบ้าน
    ขนาดหลุมปลูก 30 x 30 x 30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 1 ผสมดินปลูก
แสง                          ต้องการแสงแดดรำไร หรือแสงแดดปานกลาง

น้ำ                             ต้องการปริมาณน้ำมาก ควรให้น้ำ 3-5 วัน/ครั้ง

ดิน                           ชอบดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย ต้องการความชื้นสูง

ปุ๋ย                           ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ 5-6 ครั้ง/ปี
                                
การขยายพันธ์         การปักชำ วิธีที่นิยมและได้ผลดี คือ การปักชำ

โรค                           ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรค เพราะเป็นไม้ที่ทนทานต่อโรคพอสมควร

แมลง                        เพลี้ยหอย

อาการ                  
ถูกดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้ยอดอ่อนและใบแห้งสีน้ำตาล และแห้งเหี่ยวในที่สุด

การป้องกัน
              รักษาความสะอาดบริเวณแปลงปลูก กำจัดมดที่เป็นพาหะแพร่ระบาดด้วยยาเช่นเดียวกับการกำจัด

การกำจัด                  ตัดกิ่งที่มีเพลี้ยหอยเผาไฟทำลาย ใช้ยาเมธาซีสทอกซ์ อัตราและคำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก

                                                      

  กล้วยไม้
  คล้า
  ธรรมรักษา
  บัว
  บอนสี
  พุทธรักษา
  ลิ้นมังกร
  เงินไหลมา
  ใบละบาท
  เฟื้องฟ้า
  มรกตแดง
  ราชินีหินอ่อน
  ออมเงิน ออมทอง
  กระบองเพชร
  กุหลาบ
  โกสน
  ชวนชม
  ใบเงิน
  ใบทอง
  กวนอิมเงิน
  กวนอิมทอง
  เข็ม
  ใบนาค
  ประยงค
  โป๊ยเซียน
  เพชรชมพู
  เพชรไพลิน
  เพชรสายรุ้ง
  พุด
  พู่ระหงส์
  มะลิ
  มงกุฎเพชร
  เล็บครุฑ
 
 สร้อยทอง
  หมากผู้หมากเมีย
  กัลปพฤกษ์
  แก้ว
  ข่อย
  ทรงบาดาล
  ฆนฑา
  พิกุลทอง
  โมก
  ราชพฤกษ์
  ลำดวน
  วาสนาราชินี
  วาสนาอธิษฐาน
  สุพรรณนิการ ์

  
สงจันทร์
  สนฉัตร
  หมากนวล
  กระดังงา
  ตะแบก
  ทองกวาว
  ทองหลาง
  ไทร
  บุนนาค
  ประดู่
  ปีป
  พญาสัตบรรณ
  พยุง
  พะยอม
  เลี่ยน
  ไผ่
  สักทอง
  สารภี




การดูแลรักษา

maipradab.com
6/1 หมู่ 11 คลอง15 ศูนย์พันธ์
ไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก 26120
E-mail : webmaster@maipradab.com
Tel.(01)8469556