| สินค้าทั้งหมด |
|Home|About us|Community|Products|Service|Design garden|วมLink|แหล่งข้อมูล|ข้อเสนอแนะ|โฆษณา|FAQs|About webmaster|

maipradab.com
6/1 หมู่ 11 คลอง15 ศูนย์พันธุ์
ไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก 26120
E-mail : webmaster@maipradab.com
Tel.(037)332039,(01)8469556

  | ไม้ประดับมงคล

บ้านสีเขียว : ถั่วพู เถาเลื้อย...ปลูกในบ้าน ประหยัดเงิน-ปลอดสารพิษ

"ถั่วพู" เป็นพืชล้มลุกประเภทเถาเลื้อย ดอกจะแลดูเหมือนกับ ดอกแค แต่เล็กกว่า ผู้คนจะนิยมเก็บฝักอ่อนมาจิ้มน้ำพริก หรือนำมายำถั่วพู รสแซบไปอีกแบบ หากมีพื้นที่ในบ้านไม่มากนัก ก็สามารถปลูกเอาไว้รับประทานได้ เพราะนอกจากจะเป“นถั่วพูปลอดสารพิษแล้ว ยังเป็นการประหยัดในยุคที่เศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวอีกด้วย

การขยายพันธุ์ หรือนำมาปลูก ทำไม่ยากด้วย สามารถใช้เมล็ดมาเพาะเป็นต้นกล้าในกระบะ ประมาณ 15 วันแล้วแยกมาปลูกในแปลงหรือพื้นที่ว่างริมรั้วได้ การเตรียมดินก่อนปลูก ควรพรวนตากแดด ทิ้งไว้ประมาณ 5-7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อราในดิน ก่อนพรวนซ้ำอย่างละเอียดนิดหนึ่งอีกครั้ง จากนั้นขุดหลุมประมาณ 1x1 เมตร กรณีปลูกด้วยเมล็ดก็นำเมล็ดหยอดลงหลุมได้เลย หากเป็นต้นกล้าก็นำต้นกล้ามาลง เมื่อเมล็ดงอกจนมีใบจริง ควรถอนแยกออกบ้างโดยเฉพาะต้นกล้าที่ไม่แข็งแรง ให้เหลือไว้ประมาณ 2 ต้น/หลุม เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งอาหารกันเอง หลังจากปลูกแล้วและถั่วพูเริ่มแตกยอดประมาณ 15 วัน ควรทำค้างเพื่อให้ยึดเกาะเลื้อยไปในทิศทางที่ต้องการ พร้อมรดน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งเช้าและเย็น

การปลูกถั่วพู จะเพื่อความสวยงามในใบสีเขียว หรือดอกสวยแบบสีม่วงอ่อนแกมไปทางขาว หรือหวังผลในฝักสำหรับเก็บมารับประทานก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องหมั่นดูแลก็คือศัตรูพืช และโรคพืช ที่มีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด คือ โรคใบจุด ซึ่งเป็นผล มาจากเชื้อรา ที่เป็นมาตั้งแต่เริ่มปลูกโดยติดอยู่ในดิน จะมีลักษณะคล้ายจุดไข่ประสีดำเล็ก ๆ ขึ้น เป็นกระจุกอยู่กลางแผลบริเวณใบแก่ที่อยู่ล่าง ๆ ของเถา

อีกโรคหนึ่ง คือ ราสนิม ก็เช่นกัน เป็น ผลมาจากการติดเชื้อราจากดิน มักจะเป็นตั้งแต่ใบล่าง ๆ ของเถาเช่นกัน ลักษณะจะเป็นจุดสนิมเล็ก ๆ กลมหรือค่อนข้างกลมนูน อยู่บนใบพืชด้านบน สามารถมองเห็นได้ชัดเจน หากเป็นโรคนี้ และถ้าเป็นมาก ๆ ใบจะออกไปทางเหลืองและร่วงในที่สุด เป็นผลให้ใบไม่สวย ดอกไม่สมบูรณ์และฝักจะน้อย หรือมีก็จะออกไปทางหงิกงอไม่น่าดูไม่น่ารับประทาน โรคที่สาม คือ โรคหนอนชอนใบ โดยหนอนจะเข้ามากัดกินดอก และฝักอ่อน ไล่ไปจนถึงใบ ซึ่งก็หมายความว่า หากระบาดต้นถั่วพูจะตายในที่สุดและอย่างเร็ววัน

การป้องกันและแก้ไข ช่วงทำการเตรียมดินควรใช้ปูนขาวโรยคลุกเคล้ากับดินตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ ก่อนปลูกนำน้ำจากสารสกัดสะเดาบดแห้งราดให้ทั่วบริเวณ จะสามารถป้องกันเป็นขั้นพื้นฐานได้

หลังจากนั้นเมื่อต้นเป็นทรงพุ่ม หรือเถาเลื้อยไปทั่วบริเวณตามที่ต้องการ และเริ่มมีดอกออกมาบ้างแล้ว ให้รดน้ำที่ผสมด้วยสารสะเดาในอัตรา 60-150 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตรฉีดพ่นทุก 5 วัน ประมาณ 2 เดือน หลังจากที่ถั่วพูเริ่มเกาะกลุ่มพื้นที่นับจากวันที่ปลูก จะมีดอกและให้ฝักเก็บมารับประทานได้ หากต้องการให้เกิดดอกเรื่อย ๆ พร้อมมีฝักให้บ่อย ๆ ก็ หมั่นเก็บฝักทุก ๆ 3 วัน จะเป็นการเร่งในสิ่งที่ต้องการนี้เกิดขึ้น

การจัดแต่งเพื่อให้เกิดความสวยงาม ในพื้นที่ที่ปลูกอย่างกรณีที่ให้เกาะริมรั้ว เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับมุมบ้าน ควรหมั่นจับส่วนยอดของถั่วพู ให้ไปยึดเกาะเพื่อเลื้อยไปในทิศทางตามที่ต้องการ และเก็บใบแห้งที่มักจะมีอยู่บ้างในส่วนล่าง ๆ ทิ้ง พร้อมพรวนดินบริเวณโคนต้นอย่างน้อย 7 วันครั้งหนึ่ง และหากต้องการให้มีลักษณะเป็นทรงพุ่มตามค้างที่สร้างขึ้นมา ก็ให้เด็ดใบล่างออกให้หมดคงเหลือ ไว้แต่ใบที่อยู่บริเวณส่วนบนของค้าง จะได้พุ่มถั่วพูที่มีลักษณะให้ร่มเงาบังแดดตามรูปแบบและลีลาที่ต้องการนะครับ
.

ด็อกเตอร์. พี

ข้อมูลจาก :
น.ส.พ.เดลินิวส์  



ถั่วพู เถาเลื้อย...ปลูกในบ้าน ประหยัดเงิน-ปลอดสารพิษ
บทความสาระความรู้เกี่ยวกับไม้ประดับ1 << กลับไป
  
ไม้ประดับภายนอกอาคาร |
 ไม้ประดับภายในอาคาร
   | สวนสวยและการจัดสวน |
=