| สินค้าทั้งหมด |
|Home|About us|Community|Products|Service|Design garden|วมLink|แหล่งข้อมูล|ข้อเสนอแนะ|โฆษณา|FAQs|About webmaster|

maipradab.com
6/1 หมู่ 11 คลอง15 ศูนย์พันธุ์
ไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก 26120
E-mail : webmaster@maipradab.com
Tel.(037)332039,(01)8469556

  | ไม้ประดับมงคล

เมื่อกล้วยไม้ป่วยเป็นโรคเน่าเข้าไส้

กล้วยไม้ ไม้ตัดดอกที่ทำเงินให้กับเกษตรกรผู้ปลูก ซึ่งโรคยอดฮิตของกล้วยไม้ ที่เกิดขึ้นได้ในสภาพอากาศชื้นจัด และเฉอะแฉะได้แก่ โรคเน่าดำ หรือโรคยอดเน่า หรือเรียกอีกอย่างว่า โรคเน่าเข้าไส้

อาการของโรคเน่าเข้าไส้ เกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของกล้วยไม้ ตั้งแต่ราก ใบ ยอด และดอก หากเชื้อโรคเข้าทำลายรากจะทำให้รากเน่าแห้ง ซึ่งเป็นผลให้ใบเหลือง และร่วง ถ้าเข้าทำลายทางยอดจะทำให้ยอดเน่าเป็นสีน้ำตาล เมื่อจับจะหลุดติดมือออกมาโดยง่าย ในระยะรุนแรงเชื้อจะลามเข้าลำต้น เวลาผ่าต้นดูจะเห็นเป็นสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม บางครั้งจะแสดงอาการทางใบ โดยจะเป็นจุดกลม ชุ่มน้ำมีสีน้ำตาลอ่อนถึงสีน้ำตาลเข้ม แล้วลุกลามเข้าไปที่ซอกใบ ส่วนอาการที่ดอก ปากดอก และก้านดอกเหี่ยวเป็นสีน้ำตาล เมื่อเป็นรุนแรงดอกจะหลุดร่วงจากช่อดอก บนกลีบดอกเน่าฉ่ำน้ำ และมีสีเลอะคล้ายโรคดอกสนิม

วิธีป้องกัน และกำจัดโรคเน่าเข้าไส้ ทำได้โดยการปรับเรือนให้โปร่ง อย่าปลูกแน่นเกินไป ถ้าพบในระยะลูกไม้ให้แยกต้นเป็นโรคออกจากโรงเรือน แล้วเผาทำลาย ควรช่วยการระบายน้ำตั้งแต่การเริ่มต้นปลูก โดยรองพื้นด้วย ขี้เถ้าแกลบก่อนปูด้วยกาบมะพร้าว ซึ่งขี้เถ้าแกลบจะมีความเป็นด่างจะช่วยป้องกันไม่ให้โรคนี้เข้าทำลายกล้วยไม้ในระยะแรกอีกด้วย อีกทั้งไม่ควรให้น้ำกล้วยไม้ตอนเย็นใกล้ค่ำโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่มีแสงแดดน้อย กรณีจำเป็นต้องใช้สารเคมี แนะนำให้ป้องกันกำจัดด้วยสารอีทริไดอะโซล อัตรา 50 มล./น้ำ 20 ลิตร และเพื่อไม่ให้เชื้อดื้อสารเคมีเร็วเกินไปนัก ควรพ่นสลับกับสารแคบแทน หรือแมนโคเซป เป็นต้น

หลังจากพ้นหน้าฝนย่างเข้าสู่ฤดูหนาว เรื่องของโรคเน่าเข้าไส้จะน้อยลง แต่เพลี้ยไฟจะกลับมาระบาดมาก ดังนั้นเกษตรกรจะต้อง เตรียมรับมือให้ดี เพราะ มันมาแน่ วิธีป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ ให้เกษตรกร เลี่ยงปลูกพืชที่เป็นอาหาร ของเพลี้ยไฟลงในแปลงกล้วยไม้ เช่น พุทรา มะม่วง กุหลาบ เบญจมาศ ดาวเรือง เป็นต้น สารเคมีที่กองกีฏ และสัตววิทยา ได้ศึกษาวิจัยแล้วว่ามีประสิทธิภาพดี เช่น อิมิดาโคลพริดาอัตรา 10-20 มล./น้ำ 20 ลิตร หรือ อะบาเม็กติน อัตรา 10-20 มล./น้ำ 20 ลิตร หรือ ฟิโปรนิล อัตรา 20 มล./ น้ำ 20 ลิตร หรือ ไซเพอร์เมทริน อัตรา 40 มล./น้ำ 20 ลิตร และเพื่อป้องกันการสร้างความต้านทานให้กับเพลี้ยไฟ ควรพ่นสลับสารเหล่านี้ แต่ไม่ควรติดต่อกันเกิน 3 ครั้ง โดยฤดูร้อนพ่นห่างกัน 5-7 วัน หรือทุก 7-10 วันในฤดูฝน และให้พ่นให้ทั่วโดยเฉพาะส่วนดอก เพราะเพลี้ยไฟมักจะเข้าอยู่ในบริเวณที่ดอกบานใหม่ ๆ สำหรับท่านที่ต้องการคำแนะนำ หรือเเลกเปลี่ยนข้อมูลการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ ติดต่อได้ที่ คุณยุทธนา ธนวิกสิต สมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศ ไทย โทร. 0-2584-2262-3 ปรึกษาได้ฟรีเพราะเป็นวิทยาทานครับ.


ไตรรัตน์ สุนทรประภัสสร์

ข้อมูลจาก : น.ส.พ.เดลินิวส์  



เมื่อกล้วยไม้ป่วยเป็นโรคเน่าเข้าไส้
บทความสาระความรู้เกี่ยวกับไม้ประดับ1 << กลับไป
  
ไม้ประดับภายนอกอาคาร |
 ไม้ประดับภายในอาคาร
   | สวนสวยและการจัดสวน |
=